6 อาหารที่คนเป็นโรคเบาหวานควรเลี่ยงเด็ดขาด !

สำหรับ ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน สิ่งที่มีความจำเป็นที่ควรระวังอย่างมากก็คงหนีไม่พ้นในเรื่องของอาหาร เพราะอาหารบางชนิดจะมีโอกาสทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนได้อย่างง่ายๆ เราจึงได้มีการรวบรวม อาหาร 6 ชนิดที่ห้ามผู้ที่เป็นเบาหวานรับประทาน หากทางผู้ป่วยสามารถหลีกเลี่ยงได้ก็ยิ่งดีต่อ สุขภาพ มากขึ้นเท่านั้น ถ้าอย่างนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า อาหารชนิดไหนที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานไม่ควรรับประทานบ้าง 1.นมข้นหวานหรือนมปรุงแต่ง สำหรับนมข้นหวานหรือนมปรุงแต่งรสหวาน ถือได้ว่าเป็นอาหารที่ผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานต้องหลีกเลี่ยง เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีปริมาณน้ำตาลสูง และยังรวมไปถึงถั่วเหลืองหรือนมอัลมอนด์ที่เติมน้ำตาล พร้อมทั้งยังมีโยเกิร์ตและนมเปรี้ยวรสหวานก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงเช่นกัน หากใครเป็นเบาหวานต้องห้ามรับประทานเด็ดขาด 2.ผลไม้ที่มีปริมาณน้ำตาลสูง ถึงแม้ว่าผลไม้มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่สำหรับผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานก็มีความจำเป็นจะต้องหลีกเลี่ยงผลไม้ที่รสชาติหวาน อย่างเช่น กล้วยสุก ทุเรียน มะขามหวาน ลำไย ละมุด ขนุน เนื่องจากเป็นผลไม้ประเภทที่มีน้ำตาลสูงเป็นสำคัญ ทำให้ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานไม่ควรรับประทาน เพราะยิ่งรับประทานก็ยิ่งทำให้น้ำตาลภายในร่างกายเพิ่มขึ้นนั่นเอง 3.อาหารที่มีน้ำตาลฟรุกโตส น้ำตาลฟรุกโตส จัดได้ว่าเป็นน้ำตาลเทียมที่พบได้ในช็อกโกแลตหรือแยม ซึ่งเป็นน้ำตาลที่ได้จากผลไม้ และให้สารอาหารเทียบเท่ากับน้ำตาล แต่ปกติแล้ว ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานจะได้รับความหวานชนิดนี้จากการรับประทานผลไม้อยู่แล้ว จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทนี้จะดีกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงระดับน้ำตาลในเลือดสูงนั่นเอง 4.อาหารไขมันสูง อาหารไขมันสูงที่อยากจะแนะนำให้ผู้ป่วยเบาหวานหลีกเลี่ยง นั่นก็คือ อาหารประเภทไขมันอิ่มตัว เช่น ไขมันสัตว์ หมูสามชั้น กุ้งใหญ่ หอยนางรม ครีมเทียม เนย มันจากเนื้อวัว และน้ำมันมะพร้าว รวมไปถึงอาหารที่มีส่วนผสมของกะทิโดยตรง …

8 วิธีระงับอารมณ์ “โกรธ” เมื่อเกิดปัญหา ช่วยลดอารมณ์ร้อนได้ไว

ปัจจุบันสังคมไทยเต็มไปด้วยคน อารมณ์ร้อน เอะอะๆ ก็ “กราบ” เพราะความอารมณ์ร้อน โกรธ จนไม่ลืมหูลืมตา และคิดว่าการ “กราบ” หรือการที่อีกฝ่ายยอมศิโรราบให้ จะทำให้เรารู้สึกดีขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้ว สิ่งที่ได้มีแต่ความสะใจเท่านั้น หากเกิดเหตุการณ์ทำให้ โกรธ แต่ไม่อยากแสดงความก้าวร้าว เพราะอาจบานปลายได้ ลองมาฝึกวิธีระงับอารมณ์กันดู 1.นับ 1 ถึง 10 เคยได้ยินไหมว่า เวลาจะช่วยเยียวยาทุกอย่าง ถ้าเวลาทำให้คนอกหักกลับมาเข้มแข็งเหมือนเดิมได้ เวลาก็ช่วยให้เราใจเย็นลงได้เช่นกัน วิธีง่ายๆ คือ ก่อนที่เราจะเอ่ยปากด่า หรือเดินเข้าไปทำร้ายใครอย่างที่สมองสั่ง ลองบังคับตัวเองหายใจเข้าออกลึกๆ แล้วนับ 1 ถึง 10 ช้าๆ สติอยู่ที่ตัวเลขที่นับ ลืมคำพูด และความคิดต่างๆ ที่เข้ามาในหัวเมื่อกี้ออกไปทั้งหมด เหมือนกับการทำสมาธิ 2.ทำหูทวนลม ในระหว่างที่เรากำลังให้เวลาเยียวยา ปัดเป่าความ โกรธ อีกฝ่ายอาจยั่วโมโหเรามากขึ้นด้วยถ้อยคำ และการกระทำที่หยาบคายเพิ่มเติม ดังนั้นถ้าในสถานการณ์นั้น เราสามารถปิดหู ปิดตาได้ ให้ปิดให้หมด อย่าฟัง อย่าเห็นอะไรที่จะบันดาลโทสะเราเพิ่มเติม ตั้งหน้าตั้งตานับเลขไปก่อน 3.ทำอะไรให้ช้าลง เหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้น …

เผยเคล็ดลับ ! การดูแลผิวในช่วงฤดูหนาว กูผิวแห้งแตกกร้านให้ดูเนียนนุ่ม ชุ่มชื่น

ปัญหาผิวหนัง ที่มักจะพบในช่วงฤดูหนาว เมื่อประเทศไทยเข้าสู่หน้าหนาวส่งผลให้อากาศเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิด ปัญหาผิวหนัง ตามมาได้ พร้อมแนะวิธี การดูแลผิว อย่างถูกต้องและเหมาะสม ประเทศไทยในขณะนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว อุณหภูมิเริ่มลดลงในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ความชื้นในอากาศน้อยลงและอากาศแห้งเพิ่มขึ้น ทำให้เกิด ปัญหาผิวหนัง ตามมาได้ เช่น ผื่นผิวหนังอักเสบจากผิวแห้ง ลักษณะผื่นจะเป็นขุย ผื่นแดง มักเจอในผู้สูงอายุ เนื่องจากอายุมากสภาพผิวหนังจะเสื่อมสภาพลง การสร้างน้ำมันในชั้นผิวลดลง ทำให้มีอาการผิวแห้งมากกว่าคนวัยอื่น ผิวหนังอักเสบจากการระคายเคือง ผิวขาดความชุ่มชื้น เกิดจากสารเคมีในชีวิตประจำวัน เช่น การล้างมือด้วยสบู่หรือเจล ทำให้เกิดการระคายเคืองผิวได้ เกิดผื่นแดง ผื่นลอก บริเวณที่สัมผัสสารเคมี โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังในเด็ก โดยมักจะมีผื่นเห่อกำเริบเมื่ออากาศเปลี่ยนแปลง มีผื่นแห้งลอกตามข้อพับ คันมาก บางครั้งอาจมีน้ำเหลืองไหลได้ หรืออาจมีกลุ่มไวรัสบางชนิดที่มักแพร่กระจายช่วงหน้าหนาว เช่น โรคอีสุกอีใส ซึ่งอาจมีไข้ มีผื่นตุ่มใสตามตัวได้เช่นกัน ดูแลผิวด้วยการดื่มน้ำช่วยทำให้ผิวหนังชุ่มชื้นขึ้นได้ แต่ควร ดูแลผิว ด้วยการทาครีมบำรุงให้ความชุ่มชื้นควบคู่กันด้วย นอกจากนี้แล้วไม่แนะนำให้ฟอกสบู่เยอะจนเกินไป ควรใช้สำหรับสบู่ที่ถนอมผิวหนังมากกว่า ส่วนมากสบู่เหลวจะมีสูตรอ่อนโยนเยอะกว่าสบู่ก้อน วิธีการดูแลผิวให้ชุ่มชื้น ไม่อาบน้ำอุ่นจนเกินไป ใช้สบู่ที่อ่อนโยนต่อผิวหนัง ทาครีมบำรุงให้ความชุ่มชื้นอยู่เสมอ โดยเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะกับสภาพผิวของตนเอง ทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง หากมีปัญหาผิวหนังไม่แนะนำให้ซื้อยาเอง ให้พบแพทย์เฉพาะทางจะปลอดภัยต่อ สุขภาพ …

อย.ชี้แนะ ! บริโภคอาหารกึ่งสำเร็จรูปโซเดียมสูง ควรอ่านฉลากก่อนซื้อ

ปริมาณโซเดียมสูงใน อาหารกึ่งสำเร็จรูป และเครื่องปรุงรส เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยด้วยกลุ่มโรค NCDs เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น จึงมีการรณรงค์ลดเค็มลดโรค โดยให้ผู้บริโภคอ่านฉลากค่าโซเดียมก่อนซื้อเพื่อ สุขภาพ การสำรวจฉลากโภชนาการในกลุ่ม อาหารกึ่งสำเร็จรูป และเครื่องปรุงรส ประจำปี 64 พบอาหาร ประเภท ก๋วยเตี๋ยว ก๋วยจั๊บ บะหมี่ เส้นหมี่ และวุ้นเส้น มีโซเดียมมากที่สุดตั้งแต่ 220 – 7,200 มิลลิกรัม สุ่มสำรวจอ่านฉลากค่าโซเดียมกลุ่ม อาหารกึ่งสำเร็จรูป 300 ตัวอย่าง และเครื่องปรุงรส 100 ตัวอย่าง เพื่อผลักดันให้ผู้บริโภครู้เท่าทันการอ่านฉลากและเตือนภัยใกล้ตัวจากภัยเงียบโซเดียมแอบแฝง ใน อาหารกึ่งสำเร็จรูป และเครื่องปรุงรส บ่อเกิดของโรค NCDs โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้บริโภคต้องอ่านฉลากโภชนาการก่อนตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ เพื่อลดการเกิดโรค NCDs เพื่อให้เกิดการแก้ไขกฎหมายหรือข้อบังคับเพื่อนำไปสู่การลดปริมาณโซเดียมและผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย เพื่อโน้มน้าวให้ผู้ประกอบการลดปริมาณโซเดียม ปัจจุบัน อาหารกึ่งสำเร็จรูป เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนเรามากขึ้น เนื่องจากสภาพการดำรงชีวิตในปัจจุบันตกอยู่ในภาวะที่ต้องเร่งรีบแข่งกับเวลา ทำให้ไม่มีเวลาในการเตรียมอาหารเพื่อรับประทานและด้วยสถานการณ์โรคระบาด COVID-19 ผลิตภัณฑ์ …

หน้าหนาวนี้…มีวิธีดูแลลูกอย่างไร ให้ห่างไกลโรค ปลอดภัยจากโควิด19

อากาศเริ่มเปลี่ยนจากฤดูฝน เข้าสู่ หน้าหนาว สภาพร่างกายของเด็กๆ อาจจะยังปรับตัวไม่ทัน ประกอบกับความเย็นที่เป็นตัวเพาะเชื้ออย่างดีในการกระจายไวรัส นอกจากไวรัสโควิด19 แล้ว ฤดูหนาว ยังทำให้เกิดโรคหน้าหนาวอื่นอีกด้วย ในส่วนของเด็กเล็กอาจต้องดูแลใกล้ชิด เพราะยังไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ จึงเป็นหน้าที่ของผู้ปกครองที่จะต้องเฝ้าระวังดูแล สุขภาพ ของเด็ก อากาศเย็นใน หน้าหนาว เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ติดเชื้อโควิด19 ได้ง่ายแล้ว ยังมีโรคระบบทางเดินหายใจอื่นๆ เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น ทั้งไข้หวัดและโรคโควิด19 มีอาการคล้ายคลึงกัน หากไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยง และมีพฤติกรรมป้องกันตนเอง เช่น สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง ลดการสัมผัส จึงไม่ควรวิตกกังวลมากเกินไป การเฝ้าระวังโรคทั้งตัวผู้ปกครองและตัวเด็ก ต้องมีมาตรการเพื่อป้องกันให้ห่างไกลจากไวรัสโควิด19 หน้าหนาวนี้ควรดูแลรักษาสุขภาพเด็กให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยวิธีดังนี้ สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะหน้าหนาวนี้เชื้อโรคแพร่กระจายได้มาก เวลาที่ออกไปนอกบ้านเราอาจไปสัมผัสกับเชื้อโรคและอาจนำมาติดเด็ก ๆ ที่อยู่ภายในบ้านช่วงเรียนออนไลน์ได้ การล้างมือบ่อยๆ จึงเป็นวิธีลดโอกาสรับเชื้อและแพร่กระจายของเชื้อโรค ซึ่งสามารถป้องกันได้ทั้งโรคไข้หวัดและโรคโควิด19 หลีกเลี่ยงการไปสถานที่แออัด ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะ ห้างสรรพสินค้า โดยเฉพาะเด็กทารกเนื่องจากภูมิคุ้มกันโรคของเด็กยังมีน้อยจึงอาจติดเชื้อโรคได้ง่าย การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และปรุงสุกร้อนใช้ช้อนกลางส่วนตัว ทำให้ร่างกายของลูกน้อยอบอุ่นอยู่เสมอในหน้าหนาว สวมใส่เสื้อผ้าที่อุ่นแต่นุ่มสบายไม่ทำให้อึดอัดหรือระคายเคืองผิว เวลานอนก็ควรห่มผ้าเพื่อเพิ่มความอบอุ่น ผิวพรรณของเด็ก ก็มีส่วนสำคัญที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะในช่วงหน้าหนาวผิวของเด็กแห้งก็จะทำให้เกิด การระคายเคือง คัน …

เคล็ดลับการดูแลสุขภาพ “รับลมหนาว” ปฏิบัติได้ทุกคนและทุกวัย

ปฏิบัติตามหลักสุขบัญญัติต้อนรับ อากาศหนาว ที่มาเยือน ดูแลของเครื่องใช้เครื่องนุ่งห่ม เสื้อกันหนาวให้สะอาด ล้างมือก่อนหลังทานอาหาร ทานอาหารปรุงสุกร้อน สร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย และออกกำลังกายยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ควบคู่กับมาตรการการป้องกันโควิดแบบครอบจักรวาล Universal Prevention จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาฤดูหนาวจะมีอากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่องมากขึ้น ในช่วงเดือนธันวาคม 2564 – มกราคม 2565 ประกอบกับมาตรการการผ่อนคลายให้ประชาชนเดินทางมาสัมผัส อากาศหนาว ในสถานที่ แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ จะมีผลให้เกิดภาวะเสี่ยงต่อ สุขภาพ ได้ จึงควรต้องป้องกันหรือสร้างความอบอุ่นและ ดูแลสุขภาพ ให้มีสุขภาพดี ประชาชนสามารถยึดหลักสุขบัญญัติเป็นแนวทางปฏิบัติในช่วงฤดูหนาว ซึ่งสุขบัญญัติเป็นข้อกำหนดที่เด็กและเยาวชนตลอดจนประชาชนทั่วไปพึงปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ จนเป็นสุขนิสัยเพื่อให้มี สุขภาพ ดี ทั้งร่างกายและจิตใจ สามารถปฏิบัติได้ทุกวันและทุกวัย ตลอดทุกช่วงชีวิต ประกอบกับในช่วงของสถานการณ์ของโรคโควิด 19 ที่ยังคงมาตรการป้องกันโควิด 19 แบบครอบจักรวาล Universal Prevention ซึ่งเป็นการป้องกันตนเองขั้นสูงสุดตลอดเวลาของทุกคน โดยคิดว่าตนเองและคนรอบข้างมีเชื้อโควิด 19 ในตัว จึงต้องมีการป้องกันตลอดในยุค New Normal อย่างต่อเนื่อง ประชาชนสามารถนำหลัก การดูแลสุขภาพ ตามสุขบัญญัติ 10 ประการ มาใช้เป็นแนวปฏิบัติง่ายๆ เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยและสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายในช่วงอากาศหนาว ดังนี้ …

มาดูวิธีแต่งหน้าด้วยโทนสีเหลือง ชมพู กันดีกว่า ดูสิว่าจะแซ๊บขนาดไหน

โทนในการแต่งหน้ามีหลายแบบให้สาวๆได้เลือกกัน ทั้งแบบที่เหมาะกับหน้า และแบบที่เหมาะกับงานที่จะไป แต่วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีแต่งหน้าในการไปงานปาร์ตี้กัน มาดูสิว่ามันจะออกมาสวยขนาดไหน วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีแต่งหน้าในโทนสีเหลือง ชมพูกัน เพราะว่าตอนนี้ก็เข้าช่วงซัมเมอร์แล้วด้วย เรามาแต่งหน้าต้อนรับปาร์ตี้ซัมเมอร์กันดีกว่า มาดูกันว่ามันจะออกมาแซบขนาดไหน – เริ่มจากการเกลี่ยอายแชโดว์แบบครีมสีเหลืองให้ทั่วกระบอกตา – แล้วกรีดอายไลน์เนอร์สีดำให้ชิดขอบตาด้านบน และทำให้เส้นหางตานั้นหนาแล้วตวัดขึ้น – ติดขนตาปลอมด้านบนแบบธรรมชาติ ส่วนด้านล่างติดแบบช่อเล็ก – แล้วหลังจากนั้นปัดแก้มด้วยสีชมพูอ่อน จากโหนกแก้มเฉียงขึ้นไปทีใบหู – แล้วขั้นตอนสุดท้ายทาลิปสติกสีชมพูบานเย็น แล้วก็ตามด้วนกลอสสีเดียวกัน – การแต่งหน้าด้วยโทนสีเหลืองนั้นจะช่วยให้หน้าของเรานั้นดูสดใสและสะดุดตามากยิ่งขึ้น ส่วนสีชมพูนั้นก็จะทำให้คุณดูมีลุคสวยใสแบบเป็นธรรมชาติ และที่สำคัญที่สุดก็คือการแต่งหน้าด้วยโทนนี้นั้นแต่งตามได้ง่ายมากๆเลย ยังไงก็ตามสาวๆที่อยากจะแต่งหน้าเพื่อไปงานปาร์ตี้ในช่วงซัมเมอร์นี้ ก็ลองเอาวิธีแต่งหน้าโทนนี้ไปลองแต่งกันดู รับรองว่าออกมาแซบถูกใจสาวๆอย่างแน่นอน และบางทีการแต่งหน้าด้วยโทนนี้ อาจจะทำให้เรานั้นดูโดดเด่นที่สุดในงานปาร์ตี้ครั้งนี้เลยก็ว่าได้ ยังไงก็อย่าลืมเอาไปลองทำตามกันดูนะ รับรองว่าเริ่ดอย่างแน่นอน

เทคนิคการแต่งหน้าไปงานแต่ง ให้มีความสวยสง่าแต่ไม่สะดุดตาแทนเจ้าสาว

สาว ๆ หลากหลายคน อาจเคยได้รับเชิญไปงานแต่งงาน ทั้งงานแต่งงานเพื่อน หรือคนรู้จักของตนเอง ซึ่งสิ่งที่ยากที่สุดภายในการแต่งหน้าพร้อมกับทำผม โดยจะถือว่าเป็นเรื่องยาก  คือ จะ แต่งหน้าไปงานแต่ง ยังไงให้สวยสง่า แต่ไม่เด่นเกินเจ้าสาว นับได้ว่าเป็นการตอบโจทย์ที่ยากมาก  เพราะว่าคุณสาว ๆ กันเลย   เนื่องจากคงจะปฏิเสธไม่ได้ ว่าสาว ๆ สมัยปัจจุบัน แต่งนิด เติมหน่อย ก็สวยเด่นเกินใครกันเลย แล้วแบบนี้แล้ว เคล็ดลับของการแต่งหน้าไปงานแต่ง ที่จะช่วยคุณสาว ๆ  อาจจะแต่งหน้าไปงานได้ แต่ว่าไม่เด่นเกินเจ้าสาว ก็ต้องไล่ตามกันเลย  สิ่งแรง ที่จำเป็น จะต้องเป็นชุดสำหรับไปงานแต่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากมาย ที่คุณสาว ๆ ต้องนึกถึงก่อนการแต่งหน้าไปงานแต่ง หรือการทำผม จะต้องเลือกชุด เพราะว่าไปงานแต่งงานที่เหมาะสมกับตนเอง เพราะรูปแบบของชุดที่สาว ๆ เลือกจะมีผลต่อรูปแบบในกรแต่งหน้า พร้อมทั้งการเลือกทรงผม หากชุดที่เลือกมีความสวยหวาน การแต่งหน้าก็ควรแต่งภายในลักษณะแบบหวาน ๆ ด้วยการใช้สีโทนชมพู หรือชมพูอมส้ม ที่จะช่วยให้คุณสาว ๆ ดูสวยเด่นและสะดุดตาได้เช่นกัน แต่เพราะการแต่งหน้า …

พรมมิ สมุนไพรในการบำรุงสมองให้มีความทรงจำดี

พรมมิ ถือได้ว่าเป็นสมุนไพร เพื่อสุขภาพที่ใช้เป็นยาบำรุงสมอง พร้อมทั้งความทรงจก เป็นยาขับโลหิตแก้ไข้ ขับพิษร้อน ขับเสมหะ พร้อมกับมีการบำรุงกำลัง ทำให้กลับเป็นสมุนไพรที่น่านใจอีกตัวหนึ่งกันเลยก็ว่า ซึ่ง พรมิ คุณสมบัติต่าง ๆ เหล่านี้ มีการเพิ่มสมรรถนะการเรียนรู้ การตื่นตัวของสมอง พร้อมกับตอบสนองความสิ่งเร้า มีสมาธิที่ดีมากยิ่งขึ้น พร้อมกับช่วยในการผ่อนคลายอาการซึมเศร้า เทียบเท่าแปะก๊วย พร้อมทั้งโสมกันเลย ที่มีการเอามาจากต่างประเทศ แต่ต้นทุนต่ำกว่า  พร้อมทั้งไม่มีผลกระทบหรือข้างเคียงต่อร่างกาย คือ สารสกัดที่เราได้จากพรมมิจะมีกลไกในการออกฤทธิ์ เพื่อที่จะเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ในสมอง   นับได้ว่าพรมมิ ได้มีนักค้นคว้าบอกว่า พืชสมุนไพร เป็นพืชที่พบมากในประเทศไทย และประเทศแถบเอเชีย เป็นพืชน้ำเพาะปลูกได้ง่าย ๆ โตเร็ว ลักษณะใบเป็นสีเขียวเล็ก ๆ เติบโตเป็นกลุ่ม ดอกสีม่วง สำหรับงานวิจัยพรมมิยังอยู่ภายในระหวางกระบวนการถ่ายทอดเชิงพาณิชย์ที่ยังไม่มีจำหน่าย ทั่วไป หากประชาชนสนใจก็จะสามารบริโภคพรมมิสดเป็นอาหารได้เหมือนกัน โดยให้คุณประโยชน์ไม่แตกต่างจากการสกัด จึงกลับเป็นสมุนไพรที่มีคุณภาพ ที่องค์การเภสัชกรรมนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารพรมมิ  เพื่อที่จะเป็นการบำรุงสมองพร้อมทั้งบำรุงความจำได้ดีกันเลย   ดังนั้น พรมมิ จึงกลายเป็นสมุนไพร่ที่น่าสนใจและน่าติดตามกันเลย ที่จะช่วยภายในการป้องกันรักษาโรคอัลไซเมอร์ หรือว่าจะเป็นอาการนอนไม่หลับก็ยังได้เลย พร้อมกับนี่ก็ถือได้ว่าไม่ควรพลาดกับการติดตามสมุนไพรชนิดนี้ …

แนวทางรักษาอาการปวดฟัน ด้วยวิธีการง่าย ๆ ภายในบ้านคุณ

สำหรับอาการปวดฟันทำให้คุณรู้สึกทรมาน เพราะว่ารู้สึกปวดไปถึงบริเวณกราม ซึ่งจะมีสาเหตุหลัก ๆ มักมาจาก ฟันผุ การติดเชื่อ รากฟัน เสื่อมหรือจะเป็นโรคเหงือก หรือว่าฟันไม่แข็งแรง สุขภาพฟันเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างสูงหากพบว่ามีปัญหาควรรีบทำการปรึกษาทันตแพทย์ทันที เพื่อทำการรักษา ซึ่ง วิธีรักษาอาการปวดฟัน เป็นวิธีการที่สำคัญอย่างมาก  ถ้าหากคุณเองเป็นคนหนึ่งที่กำลังประสบปัญหาอาการปวดฟันกันอยู่ นับได้ว่าวิธีรักษาอาการปวดฟัน เป็นวิธีที่จะช่วยเบาเทาอาการปวดฟันได้ โดยจะใช้สมุนไพรภายในบ้านเป็นตัวช่วยทำการรักษาอาการปวดฟันดังกล่าว ถ้าอย่างนั้นมาไล่ตามกันเลยได้ว่า มีตัวช่วยอะไรบ้าง 1.พริกไทยพร้อมทั้งเกลือ นำเกลือมาผสมเข้ากับพริกไทยในสัดส่วนที่เท่ากัน ต่อจากนั้นทำการผสมน้ำเพียงเล็กน้อย หลังจากนั้นนำแปรงสีฟันมาชุบพร้อมทั้งนำไปขัดบริเวณที่ติดเชื่อหรือว่าบริเวณที่มีอาการดังกล่าว   2.ก้านพลู 2ดอก มีการผสมเข้ากับน้ำมันมะกอกแค่เล็กน้อย หรือเพียงแค่นำสำลีมาทำการชุบน้ำมันกานพลู และนำมาทาฟันซีที่รู้สึกปวด  เพื่อที่จะเอามาทำการรักษาฟันดังกล่าว   3.กระเทียม ควรบดกระเทียมให้ละเอียดนำมาผสมกับเกลือและน้ำไปทาบริเวณที่ปวด หรืออาจจะมีการเคี้ยวกระเทียม โดยตรง ทำติดต่อกันเป็นเวลา 2-3 วัน อาการกลุ่มนี้ก็จะหายไปได้   ดังนั้น วิธีรักษาอาการปวดฟัน เป็นวิธีง่าย ๆ เมื่อคุณเองมีความต้องการอยากจะมีการเยียวยาอาการปวดฟังดังกล่าว วิธีรักษาอาการปวดฟัน ทำให้คุณเองต้องไม่พลาดกับกรติดตามกันเลยก็ว่า และนี้ก็ถือว่าไม่ควรพลาดกับการติดตามสมุนไพรที่ช่วยรักษาฟัน ให้คุณเองกลับมาสภาพเดิมได้