รวมเหล่าฮีโร่ทั้ง 6 ชนิด ดูแลหัวใจ ผู้สูงวัยให้แข็งแรง

อย่างที่ทราบกันดีว่า “หัวใจ” คืออวัยวะที่สำคัญที่สุดในร่างกาย การจะมีสุขภาพที่ดีได้นั้น หัวใจจะต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก แต่เคยมีใครรู้หรือไม่ว่า หนึ่งในโรคร้ายและเฉียบพลันที่สุดคือ “โรคหัวใจและหลอดเลือด” ซึ่งคาดว่าในปี 2030 จะมีคนเสียชีวิตด้วยโรคนี้สูงกว่า 22 ล้านคนทั่วโลก การดูแลหัวใจให้แข็งแรงได้นั้น นอกจากการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแล้ว เรื่องของโภชนาการและการกิน คือสิ่งสำคัญที่สุด เช่น การควบคุมไม่ให้กินอาหารที่มีไขมัน น้ำตาลและเกลือมากเกินไป รักษาโภชนาการให้สมดุลด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย วันนี้ทางเราจึงได้รวบรวมสารอาหารทั้ง 6 ชนิด ที่เป็นเหมือนฮีโร่คอยปกป้องหัวใจของผู้สูงอายุสูงวัยให้แข็งแรง ฮีโร่ที่ 1 : น้ำมันปลา (Fish Oil) น้ำมันปลา มีอยู่ในส่วนต่างๆ ของปลา ยกเว้นเฉพาะส่วนตับ โดยปลาที่ถูกนำมาสกัดเป็นน้ำมันปลา มักจะเป็นปลาทะเลน้ำลึก เพราะมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง และ โอเมก้า-3 ที่สำคัญ 2 ชนิด คือ อีพีเอ (EPA) และดีเอชเอ (DHA) ที่พบมากในปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาเทร้าท์ และปลาแมคเคอเรลหรือกลุ่มปลาทู โดยปริมาณแนะนำสำหรับการรับประทานกรดไขมันโอเมก้า-3 คือ ประมาณ …

กรมอนามัยแนะ ! 3 วิธีล้างผักผลไม้ปนเปื้อนดินโคลนให้สะอาดก่อนกิน ในช่วงหน้าฝน

กรมอนามัยแนะ ! 3 วิธีล้างผักผลไม้ปนเปื้อนดินโคลนให้สะอาดก่อนกิน ในช่วงหน้าฝน เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงการปนเปื้อนจากเชื้อโรคต่างๆ และสารพิษตกค้างในผักและผลไม้ ในช่วงฤดูฝนทำให้พื้นที่ในตลาดปนเปื้อนไปด้วยคราบดิน โคลน และมีน้ำขัง นอกจากผู้ประกอบการตลาดควรดูแลและทำความสะอาดตลาดสดบ่อยๆ เพื่อชะล้างคราบสกปรก และช่วยสกัดเชื้อโรคแล้ว ผู้บริโภคควรใส่ใจความสะอาดของผักผลไม้ที่อาจมีคราบสกปรกจากดินโคลนปนเปื้อน กรมอนามัยจึงขอย้ำเตือนว่า ให้ล้างผักและผลไม้ให้สะอาดก่อนกินหรือปรุงประกอบอาหาร ซึ่งทำได้ 3 วิธีคือ วิธีที่ 1 ให้ล้างด้วยน้ำไหล โดยแช่ในน้ำนาน 15 นาที จากนั้นเปิดน้ำไหลผ่านและคลี่ใบผักถูไปมานาน 2 นาที เหมาะสำหรับการล้างผักจำนวนน้อย วิธีที่ 2 แช่ในน้ำผสมน้ำส้มสายชู 5 เปอร์เซ็นต์ ในอัตราส่วนน้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 4 ลิตร แช่นาน 15 นาที จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาด วิธีที่ 3 ใช้โซเดียมไบคาร์บอเนต (เบคกิ้งโซดา) ครึ่งช้อนโต๊ะผสมน้ำ 10 ลิตร แช่ทิ้งไว้ 15 นาที จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาด ซึ่งการล้างผักทั้ง 3 วิธีนี้ จะช่วยลดความเสี่ยงในการปนเปื้อนเชื้อโรค และสารพิษตกค้างในผักผลไม้ได้ …

รู้ไว้ก่อนป้องกันก่อน ! กับ 4 โรคระบาดยอดฮิตที่มากับช่วงฤดูฝน

เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝน อากาศก็เริ่มเย็นลงและมีความชื้นที่เพิ่มขึ้น เป็นสาเหตุที่ทำให้เชื้อโรคหลายชนิดสามารถแพร่ระบาดได้ง่ายขึ้น โดยโรคระบาดที่มักจะพบบ่อยในช่วงฤดูฝนมีหลายกลุ่มดังนี้ กลุ่มระบบทางเดินหายใจ กลุ่มโรคติดต่อทางน้ำดื่มและอาหาร กลุ่มโรคที่มียุงเป็นพาหะ และกลุ่มติดเชื้อทางบาดแผลหรือเยื่อบุผิวหนัง ไปดูกันว่าเราจะสามารถรับมือกับและป้องกันกับโรคเหล่านี้ได้อย่างไร กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ โรคไข้หวัดใหญ่ : ซึ่งปัจจุบันมีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ H3N2 และโรคไข้หวัดนกที่มีแหล่งแพร่ระบาดมาจากสัตว์ปีก เชื้ออาจมีการผสมข้ามสายพันธุ์กับเชื้อไข้หวัดใหญ่ในคนที่อยู่ในช่วงระบาดในฤดูฝนได้ อาการ : ไข้สูง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ มีน้ำมูกและไอร่วมด้วย ภาวะแทรกซ้อนที่มักพบในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงคือ ภาวะปอดอักเสบ คำแนะนำ : ใช้ผ้าปิดจมูก ล้างมือบ่อยๆ กลุ่มโรคติดต่อทางน้ำดื่มและอาหาร โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน : เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหารที่ลำไส้ รวมไปถึงโรคบิด ไทฟอยด์ อาหารเป็นพิษ อาการ : ท้องเสีย ถ่ายเหลวเป็นน้ำ อาจมีไข้ ปวดบิดในท้อง และหากติดเชื้อ บิดอาจมีมูกหรือเลือดอุจจาระปนได้ คำแนะนำ : กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ กลุ่มโรคที่มียุงเป็นพาหะ โรคไข้เลือดออก : ซึ่งกว่าร้อยละ 80 เป็นยุงลายที่อยู่ในบ้าน ซึ่งจะวางไข่ในน้ำที่ขังอยู่ตามที่ต่างๆ นอกจากนี้ยังมีโรคไข้สมองอักเสบเจอี (Japanese Encephalitis) และโรคมาลาเรียที่ต้องระวัง อาการ : ผู้ป่วยระยะแรกจะมีอาการเหมือนการติดเชื้อไวรัสทั่วไป ได้แก่ อาการไข้ปวดเมื่อยตามตัว …

ค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูง ! เตือนกลุ่มเสี่ยงเช็คสุขภาพ เลี่ยงอยู่กลางแจ้ง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น

ค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงในหลายพื้นที่ของประเทศ เตือนกลุ่มเสี่ยงเช็คสุขภาพตัวเองบ่อยๆ เลี่ยงการอยู่ในพื้นที่กลางแจ้ง ถ้าจำเป็นต้องออกจากบ้านควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น จากข้อมูลของศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) รายงานคุณภาพอากาศของวันที่ 10 เมษายน 2565 พบค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐาน และอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) ในหลายพื้นที่ โดยภาคเหนือ ตรวจวัดได้ 44 – 101 มคก./ลบ.ม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตรวจวัดได้ 48 – 110 มคก./ลบ.ม. ภาคกลางและตะวันตก ตรวจวัดได้ 57 – 94 มคก./ลบ.ม. กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตรวจวัดได้ 58 – 99 มคก./ลบ.ม. ซึ่งศกพ.ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 พบว่าในช่วงวันที่ 10 – 12 เมษายน 2565 ควรมีการเฝ้าระวังสุขภาพ เนื่องจากสภาพอุตุนิยมวิทยาไม่เอื้อต่อการระบายของฝุ่นในพื้นที่ ประกอบกับสภาพอากาศที่นิ่ง การยกตัวของมวลอากาศต่ำ มีจุดความร้อนมีจำนวนมาก ส่งผลให้สถานการณ์ฝุ่นละอองสูงขึ้น …

อย่าสับสน ! แยกให้ชัด ระหว่างไข้เลือดออก และ COVID-19 อาการแตกต่างกันอย่างไร ?

ด้วยสภาพอากาศที่แปรปรวน ทั้งอากาศร้อนและมีพายุ ส่งผลให้ฝนตกในหลายพื้นที่ ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ในหลายจังหวัดพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ประกอบกับมีการแพร่ระบาดไวรัสโควิด 19 อาจทำให้ประชาชนเกิดความสับสนในการดูแลและเฝ้าสังเกตอาการของโรคไข้เลือกออกกับโรคโควิด 19 โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กควรดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเด็กเล็กจะป่วยง่าย และเด็กในกลุ่มอายุต่ำกว่า 5 ปี ยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด 19 หากพบว่าไม่สบาย มีไข้ ปวดเมื่อยร่างกาย ท้องเสียตรวจ ATK แล้วผลเป็นลบให้ระวังไข้เลือดออกร่วมด้วย อาการไข้เลือดออก จะมีไข้สูงลอยประมาณ 2-7วัน ผื่น หน้าแดง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง บางรายอาจมีถ่ายดำหรือถ่ายเป็นเลือดถ้ารุนแรง อาจเห็นจุดเลือดออกสีแดงเล็กๆ ตามผิวหนัง มักไม่พบอาการไอหรือมีน้ำมูก หากหายใจลำบากหรือปอดอักเสบ แต่โควิด 19 จะมีไข้ต่ำถึงสูง ปวดเมื่อยตามตัว เจ็บคอ ไอแห้งหรือมีเสมหะ มีน้ำมูก หอบเหนื่อยหายใจลำบาก ปอดอักเสบในรายที่รุนแรง อาเจียน ท้องเสียมีในบางราย ไม่พบจุดเลือดออกตามผิวหนัง ผู้ปกครองควรสังเกตอาการหากมีอาการเหล่านี้ควรพบแพทย์ทันที สาเหตุของโรคไข้เลือดออก  เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี่ มี 4 สายพันธุ์ คือ DENV-1, …

5 ผลไม้แคลอรี่สูงพุ่งปรี๊ดดด ! สาวไดเอทควรเลี่ยง ยิ่งทาน ยิ่งอ้วน

บทความนี้เราจะมาแนะนำให้สาวๆ หันมาใส่ใจและระมัดระวังการรับประทานผลไม้แคลอรี่สูง เพราะถ้าหากสาวๆ คนไหนที่กำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนัก และไม่ได้ระมัดระวังเรื่องนี้ จะส่งผลทำให้ลดน้ำหนักไม่เห็นผล และที่สำคัญผลไม้แคลอรี่สูงทำให้สาวๆ หุ่นพังได้แบบไม่รู้ตัวอีกด้วย ยิ่งถ้าหากรับประทานบ่อยๆ บอกเลยว่าจะยิ่งทำให้มีน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้นได้อย่างรวดเร็ว  1. มะละกอสุก รู้หรือไม่ว่า มะละกอสุก จำนวน 1 ลูก กลับให้แคลอรี่แก่ร่างกายมากถึง 119 แคลอรี่ด้วยกัน สาว ๆ ที่รับประทานมะละกอสุกอย่างเป็นประจำหรือในปริมาณมาก ๆ ย่อมส่งผลทำให้น้ำหนักขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งสาว ๆ หลายคนที่กำลังลดน้ำหนักอยู่นั้น ควรที่จะระมัดระวังเป็นอย่างมาก เนื่องจากยังคงมีหลายคนที่ให้ความใส่ใจไปกับการรับประทานมะละกอสุก เพราะเห็นว่ามะละกอมีวิตามินซีสูงนั่นเอง 2. กล้วยหอม กล้วยหอม จำนวน 1 ลูก มีแคลอรี่มากถึง 120 แคลอรี่ แต่คุณค่าทางโภชนาการนั้น กล้วยหอมกลับเป็นผลไม้ที่ประกอบไปด้วยใยอาหาร แร่ธาตุ และวิตามินต่าง ๆ อย่างมากมาย ซึ่งร่างกายควรจะได้รับต่อวันอย่างมากที่สุด อีกทั้งกล้วยหอมยังจัดได้ว่าเป็นผลไม้ที่ช่วยดูดซึมได้เป็นอย่างดี จึงส่งผลทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่มได้อย่างยาวนาน แต่ถ้าหากมองทางด้านของปริมาณแคลอรี่ที่สาว ๆ จะได้รับ บอกได้เลยว่าอยู่ในปริมาณที่สูงมากพอสมควร การรับประทานกล้วยหอมเพื่อที่จะลดน้ำหนักให้เห็นผลนั้น จัดได้ว่าเป็นเรื่องที่ยากมากเลยทีเดียวค่ะ 3. …

ลดน้ำหนักด้วย 8 สมุนไพร สรรพคุณที่ทำให้ผอม ลดการสะสมของไขมันในร่างกาย

ดูเหมือนว่าอีกหนึ่งโภชนาการที่จะส่งผลทำให้สาวๆ ลดน้ำหนัก ได้ดี ก็คือ สมุนไพร ซึ่งประกอบไปด้วยสรรพคุณอย่างมากมาย วันนี้เราจะทำหน้าที่พาทุกคนไปพบกับ 8 สมุนไพรที่เป็นตัวช่วยในการลดความอ้วนได้เป็นอย่างดี แต่จะมีสมุนไพรชนิดไหนบ้างนั้น ไปดูกันเลย 1. มะนาว มะนาว ถือได้ว่าเป็นตัวช่วยที่สุดแสนจะสำคัญมาก ๆ ในการ “ลดความอ้วน” โดยตรง หลังจากที่คุณได้ตื่นนอนขึ้นมาแล้ว อย่างแรกให้คุณทำการดื่มน้ำมะนาวผสมกับน้ำอุ่นในปริมาณ 1 แก้ว ให้ดื่มอย่างเป็นประจำ เนื่องจากมะนาวจะสามารถทำหน้าที่ในการดีท็อกซ์สารพิษต่าง ๆ ออกจากร่างกายได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการเผาผลาญไขมันที่มีอยู่ในลำไส้ได้อีกด้วย ส่งผลทำให้สาว ๆ สามารถขับถ่ายได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น และสามารถลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี นั่นเอง 2. ขิง นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่มีส่วนช่วยทำให้คุณลดความอ้วนได้เป็นอย่างดี เนื่องจากขิงจะมีฤทธิ์ร้อนและมีสรรพคุณเด่น ๆ เกี่ยวกับการช่วยย่อยอาหาร ช่วยทำหน้าที่เบิร์นไขมันที่มีอยู่ในร่างกาย และยังช่วยลดคอเลสเตอรอลได้อีกด้วย 3. พริกไทย การที่เราได้รับประทานพริกไทยจะส่งผลทำให้เรารู้สึกได้ถึงความเผ็ดร้อน สรรพคุณที่ขึ้นชื่อของพริกไทยก็คือฤทธิ์ร้อนที่มีอยู่ในตัวสมุนไพรโดยตรง ซึ่งมีผลต่อระบบเผาผลาญไขมันที่นับได้ว่าเป็นส่วนเกิน และเมื่อร่างกายสามารถเผาผลาญได้เป็นอย่างดี ย่อมส่งผลต่อการ ลดน้ำหนัก ได้เป็นอย่างมาก 4. กระเจี๊ยบแดง อีกหนึ่งสมุนไพรไทยที่มีสีแดง แต่กลับมีคุณประโยชน์ที่ไม่แพ้ไปจากกลุ่มผลไม้ตระกูลเบอร์รี่สักนิด เพราะกระเจี๊ยบแดงประกอบไปด้วยวิตามินหลากหลายชนิดด้วยกัน …

6 วิตามินที่ช่วยบำรุงสายตา ลดปัญหาอาการตาพร่ามัวด้วยอาหารใกล้ตัว

การบำรุงสายตาด้วยวิตามินต่างๆ ถือว่าเป็นทางออกที่ดี หลายคนอาจจะลืมไปว่าวิตามินบำรุงสายตามีอะไรบ้าง และแหล่ง วิตามินช่วยบำรุงสายตา ได้จากอาหารประเภทใดบ้าง วันนี้เราจึงได้รวบรวมข้อมูลดีๆ เหล่านี้มาฝากให้ทุกคนได้ศึกษาไปพร้อมๆ กัน 1. ลูทีน และ ซีแซนทีน ลูกทีนและซีแซนทีน มีส่วนประกอบที่มีความสำคัญที่พบอยู่บริเวณจุดรับภาพที่จอประสาทตา และบริเวณเลนส์ตา ทำหน้าที่ช่วยปกป้องเซลล์ของจอประสาทตาไม่ให้ถูกทำลายไป โดยจะมี วิตามินช่วยบำรุงสายตา และช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งได้มีการศึกษาและค้นพบว่า ลูทีนและซีแซนทีนจะมีส่วนช่วยชะลอการเกิดต้อกระจก และโรคประสาทตาเสื่อมได้ ซึ่งสามารถหาลูกทีนและซีแซนทีนได้จากผักและผลไม้ที่มีสีเข้มและสีเหลือง อย่างเช่น ผักโขม ข้าวโพด บรอกโคลี ผักคะน้าและจะพบได้ในไข่แดงอีกด้วย 2. สังกะสี สังกะสี จะมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ และจากการศึกษาค้นพบว่า สารต่อต้านอนุมูลอิสระในสังกะสีจะช่วยชะลอความเสื่อมของประสาทตาที่มีอาการอยู่แล้วให้เสื่อมช้าลง โดยแหล่งที่พบสังกะสีนั่นก็คือ ตับ เนื้อสัตว์ และหอยนางรม ที่ผู้คนทั่วไปมักจะเลือกรับประทานกันอยู่บ่อยๆ แต่ไม่รู้ประโยชน์ของมัน 3. วิตามินเอ วิตามินช่วยบำรุงสายตา อย่าง วิตามินเอ สำหรับวิตามินเอสูงจะอยู่ในอาหารจำพวกผักใบเขียว อย่างเช่น ยอดกระถิน ผักบุ้ง ตำลึง มะละกอ เป็นต้น นอกจากนี้แล้วยังพบว่าวิตามินเอใน ฟักทอง มะม่วงสุก ตับหมู อีกด้วย สามารถเลือกรับประเลือกได้ตามใจชอบ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพตาเป็นอย่างมาก 4. วิตามินซี จาการศึกษได้ค้นพบว่า วิตามินซี …

กรมอนามัยเตือน ! กินเนื้อสัตว์สุกๆ ดิบๆ เสี่ยงท้องร่วงและอาหารเป็นพิษ

กรมอนามัยเตือน ! ประชาชนที่นิยมกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงประกอบ อาหารแบบสุกๆ ดิบๆ หรือปรุงประกอบไม่ถูกหลักสุขาภิบาลอาหาร เสี่ยงต่อการเกิด โรคท้องร่วง และ อาหารเป็นพิษ ประชาชนบางกลุ่มมักนิยมกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงประกอบอาหารแบบสุก ๆ ดิบๆ เช่น ลาบหมู ก้อยเนื้อ อาหารประเภทยำต่าง ๆ ที่มักจะรวนเนื้อสัตว์ พอสุกเท่านั้นแล้วใส่เครื่องปรุง และเน้นรสชาติที่เผ็ดจัด หรือเปรี้ยวจัด รวมถึงอาหารแปลก ๆ ประเภทที่ไม่ปรุงสุกไม่ผ่านความร้อน หรือโดยใช้ความร้อนในระเวลาสั้น ๆ เช่น กุ้งแช่น้ำปลา อาจทำให้ เพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรคที่เป็นอันตราย และสารพิษหรือยาฆ่าแมลงตกค้างที่อาจก่อให้เกิดโรคอุจจาระร่วงและอาหารเป็นพิษ จึงต้องระมัดระวังในการบริโภคอาหารเป็นพิเศษ ก่อนนำมาปรุงอาหาร ต้องล้างน้ำให้สะอาดเพื่อลดการปนเปื้อนเชื้อโรคพยาธิ สารพิษ หรือยาฆ่าแมลง และปรุงให้สุกโดยใช้ความร้อนให้อาหารสุกอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ต้องสุกถึงข้างในและควรใช้ภาชนะบรรจุอาหารที่สะอาด มีการปกปิด ผู้ปรุงไม่ใช้มือหยิบจับอาหารปรุงสำเร็จโดยตรง สวมผ้ากันเปื้อน การเลือกซื้อวัตถุดิบอาหารควรซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น ตลาดที่ได้มาตรฐาน ตลาดสด น่าซื้อ หรือหากเป็นอาหารปรุงสำเร็จให้เลือกซื้อจากร้านที่ได้รับป้ายสัญลักษณ์อาหารสะอาด รสชาติอร่อย หรือ Clean Food Good Taste ของกรมอนามัยรับรองเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจในความสะอาดปลอดภัยได้เป็นอย่างดี สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับผู้หญิง …

ยาแก้ปวด กินถูกวิธี ชีวิตปลอดภัย ใครบ้างที่ควรกินอย่างระมัดระวัง ?

ยาแก้ปวด มักเป็นยาที่ถูกใช้บ่อยๆ ในผู้ที่มีอาการปวดหรือมีไข้ แต่สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว การเลือกใช้ยาแก้ปวดนั้นจะต้องระวังเป็นพิเศษ เรามาดูกันว่ามีโรคใดบ้างที่ควรระมัดระวังในการกินยาแก้ปวด 1. ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ยาพาราเซตามอลเป็นยาแก้ปวด ลดไข้ ผู้ที่เป็นโรคตับควรระวังในการกินยาพาราเซตามอล เพราะอาจเกิดอันตรายได้ นอกจากนี้ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำควรหลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ เพราะอาจเกิดพิษต่อตับได้มากขึ้น 2. ยาบรรเทาอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) เป็นยาที่ใช้แก้ปวด ลดไข้ และสามารถบรรเทาอาการอักเสบได้ ควรกินยาหลังอาหารทันที แล้ว ดื่มน้ำตามมากๆ โดยผู้ที่เป็นโรคตับ โรคไต ผู้ที่เป็นโรคหอบหืด ผู้ที่มีแผลในทางเดินอาหารระยะเฉียบพลันผู้ที่มีภาวะการแข็งตัวของเลือดบกพร่อง ผู้ที่อยู่ระหว่างการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หญิงมีครรภ์และหญิงที่ให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาในกลุ่มนี้ จะเห็นได้ว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถใช้ ยาแก้ปวด ได้อย่างปลอดภัย ดังนั้น ไม่ควรหาซื้อยามาใช้เอง ก่อนใช้ยาต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง เกี่ยวกับผู้หญิง เคล็ดลับสุขภาพ